เนิ่นนาน.....

posted on 10 Jun 2010 00:11 by poropor

บางทีการปิดทองหลังพระนี่มันก็ลำบากนะ

ต้องทำเป็นไม่รู้ ต้องคอยปิดบังอะไรบางอย่าง

ยอมเป็นผู้ร้ายในสายตาเธอ

ถูกมองในแง่ลบตลอด...

แต่ฉันก็จะทำต่อไปจนกว่าวันนั้นจะมาถึง

เชื่อว่าสักวันเธอจะเข้าใจในทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างที่ฉันทำไป

แม้มันจะเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม...

ก็ยังคงรักอยู่นะ...

 

"ผมจะไม่ให้เวลาพวกมันอีกแล้ว"

 .......ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินประโยคนี้จากคนบางคน

ชัยชนะบนกองเลือด......

คำพูดที่เชือดเฉือน......

บิดเบือนความจริง.....

 

.....อย่าหวังว่าจะเข้ามานั่งในใจประชาชน

-------------------------------------------------------------

 

ป.ล. เห็นต่างได้ แต่ควรใช้วาจาสุภาพ และเหตุผล...ถ้ามาแค่โพสต์กวนตีน ไปไกลๆ นะครับ

เมื่อเผชิญความทุกข์แสนสาหัส คนเรามีทางเลือกหลักอยู่ 2 ทาง คือ

เผชิญหน้ากับปัญหา หรือหนีปัญหา

คาร์ล จุง นักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่กล่าวไว้ว่า

โรคประสาทคือ ผลลัพธ์ของคนที่ไม่ยอมรับความทุกข์อย่างตรงไปตรงมา” (Neurosis is always a substitute for legitimate suffering.)


การหลีกเลี่ยงปัญหา ทำเสมือนว่า มันไม่ได้เกิดขึ้น มันไม่มีจริง เอาแต่คิดเพ้อฝัน มองโลกในด้านบวก มุ่งเสพประสบการณ์เริงรื่นเพื่อให้ลืมความทุกข์ไปวันๆ หรือไปพึ่งพิงสิ่งเสพติด อาจนำเราไปสู่ผลลัพธ์ที่คาร์ล จุง ว่าไว้

เบนจามิน แฟรงคิน บอกว่า

“สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดจะมอบบทเรียนแก่เรา”(Those things that hurt,instruct.)


เราจะยอมรับความทุกข์อย่างตรงไปตรงมาได้แน่หรือ ในโศกนาฏกรรมของเมืองไทยที่เพิ่งผ่านมา ที่นำความสูญเสียให้กับคนจำนวนมากมาย เสียชีวิต เสียเลือดเนื้อ เสียทรัพย์สิน เสียศรัทธา เสียความเชื่อมั่น เสียความรู้สึก เสียเพื่อน เสียคนที่รัก ฯลฯ

หลายคนในขณะนี้เปรียบเหมือนคนที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรง เลือดกำลังไหลออกจากร่างกายส่วนที่บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง หากจะรอให้เลือดไหลจนหยุดไปเองเราคงจะตายเสียก่อน การห้ามเลือดโดยการเย็บแผลเป็นสิ่งที่ต้องทำทันที การฉีดยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดให้ร่างกายทานทนความเจ็บปวดไหว ไม่กี่วันแผลก็เริ่มสมานกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ก็ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นให้เราจดจำและเรียนรู้

ผลกระทบจากความรุนแรงพฤษภาคม2553 อาจเป็นบาดแผลใหญ่สำหรับใครบางคนที่แผลใหญ่โตเกินกว่ารอให้เลือดหยุดไหลด้วย เช่นกัน ผมจึงขอนำเสนอวิธีเยียวยาตนเองสำหรับผู้คนเหล่านั้น

1.เยียว ยาร่างกาย

หาที่นั่งสบายๆ บรรยากาศสงบเงียบ เป็นส่วนตัว หลับตานึกถึงภาพเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจของเราสักครู่ จากนั้นพยายามชี้ชัดในสิ่งที่คุณกำลังรู้สึก ค้นหาคำที่เราสามารถบรรยายความรู้สึกของคุณออกมาสัก 1 คำ ที่ตรงกับความรู้สึกคุณมากที่สุด (เช่น คับแค้นใจ สลดใจ ขมขื่น สิ้นหวัง ฯลฯ)

เพ่งความรู้สึกไปที่คำๆนั้นสัก 2-3 วินาที จากนั้นปล่อยให้คำๆนี้แทรกเข้าสู่ทั่วร่างกายของคุณ ขณะเดียวกันก็แบ่งความรู้สึกไปสำรวจจากศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อค้นหาอาการทางร่างกายของคุณเมื่อคุณสำรวจเราจะพบอาการทางกายเหล่านั้น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ (เช่น เจ็บที่หน้าอก ใจสั่น เกร็งที่ไหล่ ฯลฯ) สำรวจซ้ำอีก 2-3 รอบ คุณอาจเจอมากกว่า 1 ตำแหน่ง หรือบางคนหาไม่เจอก็ไม่เป็นไร

จากนั้นให้วางมือทาบลงบนส่วนของร่างกายที่พบอาการ แล้วพูดออกมาดังๆว่า “มันเจ็บตรงนี้” ถ้าความเจ็บปวดมีมากกว่า 1 แห่ง สัมผัสแต่ละที่และพูดซ้ำว่า “มันเจ็บตรงนี้”

ปลดปล่อยความเจ็บปวดของร่างกายด้วยการเพ่งความรู้สึกไปยังตำแหน่งร่างกายที่ เจ็บปวด ในขณะเดียวกันทุกๆครั้งของการหายใจออก ให้ปลดปล่อยความตึงเครียดและความเจ็บปวดของร่างกายออกไปกับลมหายใจด้วย ทำซ้ำหลายๆรอบ จนรู้สึกว่าปลอดโปร่งขึ้น


2.เยียวยา จิตใจ

นึกถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์(อาจมีหลายคนก็ได้) ที่เราคิดว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด จากนั้นหยิบกระดาษเปล่ามา และปากกาสีสดใส มาเขียนจดหมายระบายความรู้สึกที่อยากด่าทอบุคคลผู้นั้นอย่างเต็มที่ โดยใช้ตัวอย่างข้อความดังต่อไปนี้ (คุณสามารถเปลี่ยนสรรพนามให้ดุดันหรือหยาบคายเท่าไรก็ได้ตามที่ปรารถนา เพราะไม่มีใครรู้กับคุณ)

ถึง.......(ชื่อบุคคล นั้น)

ฉันรู้สึก....

สิ่งที่ฉันอยากบอกคุณก็คือ....
มัน ทำให้ฉันเจ็บปวดมากเลยในตอนที่....

มันทำให้ฉันโกรธมากเลยเวลาที่....

มันเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะเข้าใจว่า...

คุณทำ.....ได้ยังไง

ทำไมคุณถึงไม่....

คุณรู้หรือเปล่า ว่าฉันรู้สึกอย่างไรเวลาที่...

สิ่งที่ฉันไม่เคยบอกคุณเลยก็คือ...

ถ้าเพียงแต่คุณจะ....

ฉันจำได้ในตอนที่........

เมื่อฉันนึกถึงตอนที่........

สิ่งที่อยากทำกับคุณก็คือ.....

ฉันหวังสุดใจว่า....

ฉันยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดจาก....

สิ่งที่คุณไม่มีวันรู้ก็คือ......

ฉันจำเป็นต้องตัดขาดคุณไปเพราะว่า.....


ขณะที่เขียนหากรู้สึกอยากร้องไห้ก็ปล่อยตัวเองร้องไป เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้อ่านในใจ หรืออ่านออกเสียงดังๆ (ถ้าเป็นไปได้ หากไม่ต้องกลัวคดีหมิ่นประมาท เพราะมีคนอัดเสียงเราไว้ไปฟ้องตำรวจ) 1 รอบ เมื่ออ่านเสร็จแล้ว จัดการฉีกกระดาษแผ่นนี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือใช้วิธีเผามันทิ้งไป

3.เยียวยาสมอง/สติปัญญาของเรา

เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราใช้สมองหนักไปทางซีกขวาในการวิเคราะห์ คิดเชิงตรรกะ ข้อมูลความจริง เงื่อนเวลา จนอาจละเลยการใช้สมองซีกซ้ายที่นำพาเราไปสู่การใช้จินตนาการ การสังเคราะห์ สภาวะที่ไม่มีเงื่อนเวลา ความคิดสร้างสรรค์ ญาณทัศนะ นำไปสู่การค้นหาทางออกใหม่ๆ

ลดการใช้สมอง หรือเพิ่มการใช้สมองซีกซ้ายให้มากขึ้น โดยวิธีการดังต่อไปนี้

*ลด การเสพข่าวติดตามสถานการณ์แบบนาทีต่อนาที กำหนดช่วงเวลาในการติดตามข่าวในแต่ละวัน(ไม่เกิน 1 ชั่วโมง)
*ไปเยี่ยม ผู้บาดเจ็บตามโรงพยาบาล
*หากิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องออกแรงกาย เช่น ออกกำลังกาย ทำสวน ฯลฯ
*ทำงานฝีมือหรืองานศิลปะต่าง ๆ เช่น วาดภาพ งานปั้น งานเย็บปักถักร้อย แต่งกลอน ร้องเพลง เขียนบันทึก ฯลฯ



ก่อนจะสานต่อภารกิจที่ต้องร่วมมือสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นใน อนาคต อีกภารกิจที่อาจจะเร่งด่วนกว่าคือการเยียวตัวเอง ให้กลับมามีสติ มีเรี่ยวแรง มีศรัทธาต่อความดีงาม

 

-----------------------------

Thank หมอตีนเปล่า สำหรับบทความ

ว่างเปล่า.......

posted on 30 May 2010 19:03 by poropor

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 30 May 2010 19:04:09 by PorOpoR

วันเกิดของคนเคยรัก

posted on 22 Feb 2010 08:09 by poropor

วันนี้เป็นวันเกิดของคนที่เคยรัก....

ช่วงเวลาที่ดีที่เคยมีกันในปีก่อนๆ

อยู่ๆ มันก็ผุดขึ้นมาในหัว ทั้งๆ ที่ ไม่ได้คิดถึงมันเลย

ก็ได้แต่หวังว่าเธอจะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา

อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ...ไม่ว่ากับใครก็ตาม

ลึกๆ ก็ยังเป็นห่วงอยู่นะ

แต่ก็คงได้แต่มอง... คงเข้าไปช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว

ในเมื่อเธอเลือกเองว่าสิ่งๆ นั้นดีกว่าที่เคยเป็น

....ก็ยังรักอยู่นะ...แค่ในความเป็นเพื่อนที่ดี ที่ให้เธอ

โดยไม่หวังอะไร ... เข้มแข็งเข้าไว้ 

ฉันจะรอดูวันที่ฝันของเธอเป็นจริง ..อย่าให้ฉันและทุกๆ คน

ที่เฝ้าดูเธออยู่ที่เส้นชัยรอเก้อนะ ... 

Happy Birthday....nett .....

8 ปี..ที่จากไป

posted on 20 Feb 2010 00:52 by poropor

8 ปีแล้วเหรอ ...ไวจริงๆ นะ สำหรับการจากไปของ พี่โจ้ PAUSE

20 ก.พ. 2545  ถึงวันนี้...... 20 ก.พ. 2553

บทเพลงของพี่โจ้ยังอยู่ในใจของพวกเราเสมอ

...20202....เป็นเพลงสุดท้ายที่ธีร์ ไชยเดช แต่งให้พี่โจ้ครับ

อาจเป็นเพราะรักที่สุดใจ หากแต่เป็นรักไม่สมใจ
อาจเป็นเพราะเทให้หมดใจ หากแต่ไม่รู้ไม่สาใจ...

ใจโดนดั่งคลื่นซัด แล้วพัดไปไกลสุดตา

ใจโดนดั่งลมพัด แล้วพัดไปไกลสุดฟ้า
ไม่หวนคืนมา...

อารมณ์น้อยๆของคนเดียวดาย ไม่คิดเคยทำร้ายใคร

กับใจน้อยๆ ที่ล้มลงไป ไม่หวังให้ใครให้คืน
แค่เพียงจะให้อย่างนั้นอยู่คนเดียว
จะนอนหลับฝันอยู่คนเดียว
มีเพียงคืนคืนนั้นแค่คืนเดียว...ไม่ยอมตื่น..... 

 

ระลึกถึงเสมอ.

edit @ 20 Feb 2010 01:15:56 by PorOpoR

รำลึก

posted on 07 Feb 2010 22:31 by poropor

เกือบ 2 เดือนแล้วสินะที่เราเลิกกัน

บางทีก็ยังรู้สึกห่วงๆ อยู่

บางทีก็ไม่อยากจะรับรู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกแล้ว

เธอก็ีมีทางเดินของเธอ

ส่วนฉันก็ต้องไปตามทางของฉัน

บนทางเส้นขนานที่คงไม่มีวันได้บรรจบ

และเป็นทางขนานที่ไม่ได้เคียงคู่กันอีกแล้ว

แต่ชีวิตก็ยังต้องก้าวต่อไป....แม้ไม่มีเธอ

ความทรงจำทุกอย่างฉันขอเก็บไว้ ณ วันที่เรายังคงเป็นเพื่อนกัน

วันเวลาที่ขาดหายไปเกือบ 2 ปี ก็ขอให้เป็นแค่หลับแล้วฝันไป...ก็พอ